ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
dot
หมวดสินค้า
dot
dot
สินค้าตามยี่ห้อ
dot
dot
สมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot




วิทยาการเครือข่ายไร้สายไวไฟ (Principle of WiFi Networks) article
1. อภิธานศัพท์ (Glossary) 
 
ไวเลสแลนด์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระดับตำบลแบบไร้สาย(Wireless LAN or Wireless Local Area Network)
         เครื่องพีซีหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เชื่อมต่อกัน แบบไร้สาย หรือผ่านไวเลสแลนด์ โดยติดต่อสื่อสารข้อมูลกันผ่านทางคลื่นวิทยุ ไวเลสแลนด์มีพื้นที่การให้บริการที่จำกัด รัศมีการทำการไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในอาคารสำนักงานห้องประชุมหรือใช้งานในบ้าน เป็นต้น
 
  อุปกรณ์ลูกข่ายไวไฟ(WiFi Client Device)
         อุปกรณ์ลูกข่าย ของเครือข่ายไร้สาย WiFi  สำหรับผู้ใช้ที่นำมาใช้เชื่อมต่อ  เข้ากับระบบเครือข่ายไร้สาย WiFi อุปกรณ์ลูกข่าย WiFi อาจจะเป็นได้ทั้งแบบติดตั้งภายในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือแบบติดตั้งภายนอกเช่น แบบพีซีเอ็มซีไอเอ ( Personal Computer Memory Card International Association: PCMCIA or PC Card) หรือแบบยูเอสบี (Universal Serial Bus: USB) เป็นต้น
 
  อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi(WiFi Access Point)
         อุปกรณ์ที่กระจายสัญญาณเพื่อเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อให้กับอุปกรณ์ลูกข่าย WiFiนอกจากนี้อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายระดับตำบลหรือแลนด์ (LAN) อื่น ๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายอื่น ๆ นั้น รวมถึง อินเทอร์เน็ต (Internet) ได้
 
2. บทคัดย่อ
 
เครือข่ายไร้สาย WiFi เป็นเทคโนโลยีเครือข่าย ที่มีความสะดวกในการใช้งาน เนื่องจากความสามารถของอุปกรณ์ เช่น โน้ตบุ๊ค (Notebook) หรือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล พีดีเอ(PDA) ที่พร้อมไปด้วยอุปกรณ์ WiFi ที่ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถสื่อสารข้อมูลกันได้โดยปราศจากสายเชื่อมโยง เครือข่ายไร้สาย WiFi สร้างความเปลี่ยนแปลงของการทำงาน โดยที่ผู้ใช้สามารถสื่อสารกันได้ทุกเวลาและสถานที่ที่ให้บริการ การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี WiFi มีความแพร่หลายเนื่องจากราคาของอุปกรณ์ WiFi ลดลงอย่างต่อเนื่องและความสมบูรณ์ของเทคโนโลยี ระบบเครือข่ายไร้สาย WiFi มิได้ถูกออกแบบมาให้ทดแทนเทคโนโลยีแบบใช้สาย แต่จะเป็นเทคโนโลยีเสริมเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเครือข่ายที่มีอยู่ ข้อสำคัญการพัฒนาเทคโนโลยีนี้มีพื้นฐานอยู่บนมาตรฐานเครือข่ายไร้สาย WiFi องค์กรความร่วมมือหรือ WiFi Alliance ภัยคุกคามและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบนเครือข่ายไร้สาย
 
3. บทนำ
 
3.1 ความหมายของเครือข่ายไร้สาย WiFi

      
เครือข่ายไร้สาย  WiFi  เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายระดับตำบล  แบบไร้สายหรือไวเลสแลนด์ชนิดหนึ่ง ( Wireless  LAN  or  Wireless   Local   Area Network) ซึ่งมีการใช้งานแพร่หลายและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไวเลสแลนด์ประกอบไปด้วยคำสองคำคือ“ไวเลส”และ “แลนด์” คำว่า แลนด์(LAN) มาจาก Local Area Network ซึ่งหมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์เฉพาะที่  สำหรับเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้  นอกจากนี้  เครือข่ายคอมพิวเตอร์เฉพาะที่   ยังสามารถขยายการเชื่อมต่อไปสู่อินเทอร์เน็ต เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย  เมื่อนำมารวมกับคำว่า  ไวเลส  กลายเป็น  ไวเลสแลนด์  ซึ่งหมายถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์เฉพาะที่  ที่ปราศจากสาย  หรือเรียกว่า  เครือข่ายไร้สาย เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อ  เข้ากับเครือข่ายไร้สาย   แล้วจะสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้ผ่านคลื่นวิทยุ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทุกตำแหน่งที่คลื่นวิทยุของการ ให้บริการเครือข่ายไร้สายครอบคลุมถึง ไวเลสแลนด์ มีพื้นที่การให้บริการที่จำกัด รัศมีการทำการไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในอาคารสำนักงาน ตามห้องประชุม หรือใช้งานในบ้าน เป็นต้น
 
WiFi เป็นคำย่อของคำว่า Wireless Fidelity หมายถึง ไวเลสที่น่าเชื่อถือ คำว่า “WiFi” ถูกนิยามขึ้นมาโดยองค์กรพันธมิตรไวไฟ (WiFi Alliance) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เป็นการรวมตัวของกลุ่มหรือบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และองค์การอื่นๆอีกมากที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย โดยองค์กร WiFi Alliance มีเป้าหมายในการผลักดันให้เกิดการยอมรับและให้เกิดใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้องค์กร WiFi Alliance ยังมีหน้าที่ในการกำหนดคุณสมบัติกลางของอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายตามมาตรฐาน IEEE 802.11 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไวเลสแลน์ที่ได้รับการพัฒนาโดยสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Institute of Electrical and Electronics Engineers: IEEE) บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ WiFi จะยึดถือคุณสมบัติกลางนี้เป็นหลักในการผลิตอุปกรณ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้อุปกรณ์จากต่างผู้ผลิตกันสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้ออุปกรณ์ WiFi จากหลากหลายผู้ผลิต และมีความมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ WiFi จากต่างผู้ผลิตกันสามารถทำงานร่วมกันได้ เป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปว่า WiFi เป็นคำเรียกขานของเทคโนโลยีไวเลสแลนด์ตามมาตรฐาน IEEE 802.11 [1]
 
3.2 รูปแบบการใช้งานเครือข่ายไร้สาย WiFi
       เนื่องจากความสะดวกสบาย ในการใช้งานระบบเครือข่ายไร้สาย WiFi ประกอบกับอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย  WiFi มีราคาที่ถูกลงตามลำดับ  จึงมีส่วนส่งเสริม  ให้มีการใช้งานเครือข่ายไร้สาย กันอย่างแพร่หลาย การใช้งานเครือข่ายไร้สาย WiFi มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้งานเครือข่ายไร้สาย WiFi ภายในบ้าน   การใช้งานร่วมของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง  ทางสายโทรศัพท์  หรือเอดีเอสแอล ( Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL ) อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi จะเชื่อมต่อกับเอดีเอสแอลนั้น  เพื่อให้เครื่องพีซีภายในบ้านมากกว่าหนึ่งเครื่อง   สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต  ร่วมกันได้โดยปราศการเดินสายแลนด์ (LAN) การใช้งานเครือข่ายไร้สาย WiFi เพื่อการเชื่อมโยงเครือข่ายข้ามกันระหว่างอาคารเพื่อลดภาระการติดตั้งสายแลนด์ข้ามอาคารที่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดูแลรักษาที่สูง
การใช้งานเครือข่ายไร้สาย WiFi ในพื้นที่สาธารณะหรือ ฮอทสปอท (Hotspot) เช่น สนามบิน โรงแรม ศูนย์ประชุม ร้านกาแฟ ศูนย์การค้า ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สาย WiFi ได้ ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบการให้บริการฟรีสำหรับลูกค้าของสถานที่นั้นๆหรือมีการให้บริการแบบเสียค่าธรรมเนียมให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายนั้น 
 
3.3 อุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย WiFi
ในการใช้งานเครือข่ายไร้สายนั้นการติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์ WiFi สามารถแบ่งออกสองชนิดหลัก คือ
ก) อุปกรณ์ลูกข่าย WiFi (WiFi Client Device)
ข) อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi (WiFi Access Point: WAP)
 
อุปกรณ์ลูกข่าย WiFi จะติดตั้งเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน เช่น โน๊ตบุ๊ค เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) พีดีเอ โทรศัพท์ความสามารถสูง (smart phone) สำหรับโน๊ตบุ๊คทั่วไปจะติดตั้งอุปกรณ์ WiFi เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาด้วยอยู่แล้วซึ่งผู้ใช้สามารถนำมาใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องจัดหาอุปกรณ์ลูกข่าย WiFi หรือการสื่อสารทางสายความเร็วสูง เพิ่มเติม สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีอุปกรณ์ลูกข่าย WiFi ผู้ใช้งานต้องจัดหามาเพิ่มเติม ซึ่งอุปกรณ์ลูกข่าย WiFi นั้นมีหลายรูปแบบ เช่น แบบ USB ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ผ่านช่อง USB หรือ แบบ PCMCIA ติดตั้งผ่านช่อง PCMCIA ของโน๊ตบุ๊ค และแบบพีซีไอ (Peripheral Component Interconnect: PCI) ติดตั้งผ่านทางช่องPCI บนเครื่องพีซีแบบตั้งโต๊ะ
 
อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi เป็นอุปกรณ์ที่กระจายสัญญาณเพื่อเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อให้กับอุปกรณ์ลูกข่าย WiFi นอกจากนี้อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายแลนด์อื่นๆเพื่อให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายอื่นๆรวมถึงอินเทอร์เน็ตได้ อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi จะถูกติดตั้งในที่ต่างๆเพื่อกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการเครือข่ายไร้สาย WiFi [1]
 
อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น สายอากาศ WiFi โดยทั่วไปแล้ว สายอากาศ WiFi จะประกอบรวมอยู่กับอุปกรณ์เครือข่าย WiFi อยู่แล้วแต่บางกรณีที่มีความจำเป็นใช้สายอากาศ WiFi ภายนอกเพื่อเพิ่มกำลังขยายสัญญาณวิทยุ เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลได้ระยะทางไกลขึ้น หรือกำหนดทิศทางการรับส่งสัญญาณวิทยุเฉพาะบางทิศทาง เช่น สายอากาศแบบไดโพล (Dipole) สายอากาศแบบ ไดเร็กชั่นแนล (Directional) หรือแบบกำหนดทิศทางได้ เป็นต้น
 
อุปกรณ์การเชื่อมต่อเครือข่ายWiFi (WiFi Bridge) เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระหว่างสองเครือข่ายที่อยู่ห่างกันเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปจะถูกนำไปใช้เชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสองอาคารที่อยู่ห่างกัน อุปกรณ์ WiFi Bridge จะใช้ร่วมกับอุปกรณ์สายอากาศภายนอกแบบไดเร็กชั่นแนลเพื่อเพิ่มระยะทางในการรับส่งข้อมูล
 
4. มาตราฐานเครือข่ายไร้สาย WiFi
 
 เครือข่ายไร้สาย WiFi อยู่บนพื้นฐานของมาตรฐาน IEEE 802.11 ซึ่งถูกพัฒนาโดยคณะทำงานด้านมาตรฐาน IEEE 802.11 หรือ IEEE 802.11 Working Group โดยมาตรฐานแรกประกาศออกมาในปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) ที่ชื่อว่า IEEE 802.11-1997 ซึ่งภายในมาตรฐานได้กำหนดรายละเอียดข้อมูลทางเทคนิคของระบบเครือข่ายไร้สายและการทำงานของอุปกรณ์ หลังจากนั้นคณะทำงาน IEEE 802.11 ได้มีการพัฒนาและแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานหลักอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างมาตรฐานฉบับเพิ่มเติมเช่น IEEE 802.11a 802.11b 802.11g 802.11i เป็นต้น ซึ่งยังมีการพัฒนาต่อเนื่องต่อไป(พ.ศ. 2550)[2]
 
          4.1 มาตรฐาน IEEE 802.11-1997
          มาตรฐาน IEEE 802.11-1997 ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานแรกของ WiFi ระบบสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วสูงสุดถึง 2 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) และมีการทำงานที่ย่านความถี่ 2.4 จิกะเฮิรตซ์ (GHz) คลื่นความถี่สาธารณะสำหรับอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และการแพทย์ (Industrial Sciences Medicine band: ISM band) ซึ่งเป็นย่านความถี่แบบความถี่สาธารณะ (Unlicense) หมายความว่า ไม่มีความจำเป็นต้องขออนุญาตการใช้ความถี่ในการใช้งาน โดยทั่วไปแล้วความถี่คลื่นวิทยุถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัดและมีมูลค่าสูง ซึ่งคลื่นความถี่วิทยุในย่านต่างๆจะถูกควบคุมและจัดสรรโดยองค์กรจัดสรรความถี่ของแต่ประเทศเป็นผู้กำกับดูแล สำหรับประเทศไทย องค์กรจัดสรรความถี่ คือ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. เนื่องจากคลื่นความถี่วิทยุมีจำนวนจำกัดจึงต้องมีการจัดสรรให้มีการใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ต้องการใช้งานบนความถี่จะต้องมีการขอใบอนุญาตการใช้ความถี่ (License) จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ความถี่บางย่านถูกกำหนดให้เป็นย่านความถี่แบบ Unlicense ซึ่งสามารถใช้งานบนย่านความถี่นั้นๆได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต จึงอาจก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนซึ่งกันและกันของอุปกรณ์อื่นที่ใช้ย่านความถี่ 2.4 GHz เช่น อุปกรณ์หูฟังบูธูท (Bluetooth) หรือโทรศัพท์ไร้สายตามบ้าน (Cordless Phone) ก็ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสัญญาณรบกวนกับระบบเครือข่ายไร้สายได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดสัญญาณรบกวนซึ่งกันและกัน กทช. ได้มีออกกฎระเบียบในการกำหนดกำลังส่งสูงสุดของการใช้งานเครือข่ายไร้สาย (พ.ศ. 2550)[3]
 
          4.2 มาตรฐาน IEEE 802.11a
          มาตรฐาน IEEE 802.11a เป็นมาตรฐานฉบับเพิ่มเติมที่ถูกพัฒนาและแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) การกำหนดข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมรูปแบบการโมดูเลชั่นแบบโอเอฟดีเอ็ม (Orthogonal Frequency Division Multiplexing: OFDM) ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 54 เมกะบิตต่อวินาที และมีการใช้งานที่ย่านความถี่ 5 จิกะเฮิรตซ์ อุปกรณ์ IEEE 802.11a มีการใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้อุปกรณ์ IEEE 802.11a ยังไม่สามารถสื่อสารติดต่อกับอุปกรณ์ IEEE 802.11b ได้เนื่องมีการใช้งานคนละย่านความถี่กัน [4]
 
          4.3 มาตรฐาน IEEE 802.11b
          มาตรฐาน IEEE 802.11b เป็นมาตรฐานฉบับเพิ่มเติม  ที่ถูกพัฒนา  และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) มีการกำหนดเพิ่มเติมรูปแบบการ
โมดูเลชั่นหรือการผสม (กล้ำ) สัญญาณและการเข้ารหัสสัญญาณที่ชื่อว่าซีซีเค (Complementary Code Keying: CCK) ซึ่งสามารถรองรับความเร็วในการรับส่งได้สูงสุดถึง 11 เมกะบิตต่อวินาที และย่านความถี่ใช้งานอยู่ที่ 2.4 จิกะเฮิรตซ์ อุปกรณ์ IEEE 802.11b สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IEEE 802.11 รุ่นก่อนได้ [5]
 
         4.4 มาตรฐาน IEEE 802.11g
         มาตรฐาน IEEE 802.11g เป็นมาตรฐานฉบับเพิ่มเติมที่ถูกพัฒนาและแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2003 มีการพัฒนาการโมดูเลชั่นหรือการผสมสัญญาณแบบ OFDM ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 54 เมกะบิตต่อวินาที และมีการใช้งานที่ย่านความถี่ 2.4 จิกะเฮิรตซ์ เช่นเดียวกับ IEEE 802.11 นอกจากนี้อุปกรณ์ IEEE 802.11g ยังสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IEEE 802.11b ได้ [6]
 
         4.5 มาตรฐาน IEEE 802.11i
  มาตรฐาน IEEE 802.11i เป็นมาตรฐานฉบับเพิ่มเติมที่ถูกพัฒนาและแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในเครือข่ายไร้สาย มีการกำหนดการพิสูจน์ตัวตน การเข้ารหัสข้อมูลที่มีความแข็งแกร่งสูง
 
         4.6 มาตรฐาน IEEE 802.11e
         มาตรฐาน IEEE 802.11e เป็นมาตรฐานฉบับเพิ่มเติม  ที่ถูกพัฒนาและแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) กำหนดเทคนิคในการรองรับการรับส่งข้อมูลของที่เป็นมัลติมีเดียได้ ตัวอย่างเช่น วอยซ์โอเวอร์ไอพี (Voice over Internet Protocol: VoIP) หรือวีดีโอ เป็นต้น
 
         4.7 Draft IEEE 802.11n
  ร่างมาตรฐาน IEEE 802.11n เป็นมาตรฐานฉบับเพิ่มเติมที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดการแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 เป็นมาตรฐานที่พัฒนาเทคนิคการรับส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงได้ถึง 100 เมกะบิตต่อวินาทีและมีการใช้งานที่ย่านความถี่ 2.4 จิกะเฮิรตซ์
 
5. องค์กร WiFi Alliance
 
  องค์กร WiFi Alliance ซึ่งเป็นองค์กร  ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีเป้าหมายในการผลักดัน  ให้เกิดการยอมรับ   และให้เกิดใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายอย่างแพร่หลาย  ออกจากนี้  องค์กร  WiFi  Alliance  ยังมีหน้าที่ในการกำหนดคุณสมบัติกลาง ของอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย  ตามมาตรฐาน IEEE 802.11 เพื่อให้อุปกรณ์จากต่างผู้ผลิตสามารถทำงานร่วมกันได้  WiFi  Alliance  จะทำการรับรองอุปกรณ์  WiFi  เหล่านี้ โดยมีการประทับตราที่กำหนดบนอุปกรณ์
 
6. ภัยคุกคามในการใช้งานเครือข่ายไร้สายและการป้องกัน
 
การใช้งานเครือข่ายไร้สายมีสิ่งที่ต้องพึงตระหนักถึงและระมัดระวังเกี่ยวกับภัยคุกคามบนเครือข่ายไร้สาย เพราะการส่งข้อมูลบนเครือข่ายไร้สายผ่านคลื่นวิทยุนั้นไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน คลื่นจะกระจายอยู่ในอากาศ ผู้ไม่หวังดีสามารถแอบดักฟังข้อมูลในอากาศหรือทำการโจมตีได้
 
       6.1 ภัยคุกคามจากการดักฟังข้อมูล
การดักฟังข้อมูลบนเครือข่ายไร้สายสามารถทำได้เพราะ อุปกรณ์ WiFi มีราคาถูกสามารถหาซื้อได้สะดวกประกอบกับมีเครื่องมือที่ช่วยในการดักฟังข้อมูลมีจำนวนมาก ผู้ไม่ประสงค์ดีหรือ แฮกเกอร์ (Hacker) สามารถเสาะแสวงหาได้ เนื่องจากข้อมูลแพร่กระจายอยู่ในอากาศ แฮกเกอร์สามารถเฝ้าอยู่ที่ลับตาที่ใกล้เคียงเช่น ลานจอดรถเป็นต้น และทำการดักจับฟังข้อมูล ดังรูปที่ 6.1 ถ้าข้อมูลไม่ได้มีการเข้ารหัสลับข้อมูลที่สำคัญอาจถูกเปิดเผยได้เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเข้าใช้ (Login) ระบบต่างๆ
วิธีป้องกันคือในการส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายไร้สายต้องผ่านการเข้ารหัสที่แข็งแกร่งอยู่เสมอ การเข้ารหัสอาจจะอยู่ในรูปแบบของการเข้ารหัสบนเครือข่ายไร้สายโดยใช้เทคโนโลยีระบบการป้องกันความปลอดภัย (WiFi Protected Access: WPA) หรือการเข้ารหัสโดยการสร้างวงจรเสมือน (Virtual Private Network: VPN)
 
      6.2 ภัยคุกคามจากการเข้าถึงเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
อุปกรณ์แม่ข่าย WiFi ที่ไม่ได้เปิดระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย แฮกเกอร์สามารถเข้ามาเชื่อมต่อและสามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กรได้ ซึ่งเป็นการเข้าถึงเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อแฮกเกอร์เชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายได้แล้ว จะสามารถทำการโจมตีต่อเนื่องได้หลายรูปแบบ เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรีขององค์กร ปล่อยไวรัส (Virus) หรือมัลแวร์ (Malware) บนลงเครือข่าย หรือใช้เป็นฐานในการโจมตีเครือข่ายอื่นๆต่อไปได้ การป้องกันทำได้โดยการเข้ารหัสของข้อมูลหรือมีระบบในการพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งาน
 
       6.3 ภัยคุกคามจากการปล่อยสัญญาณรบกวน
สัญญาณรบกวนที่มีกำลังแรงพอบนคลื่นความถี่ 2.4 จิกะเฮิรตซ์ สามารถรบกวนการทำงานของระบบเครือข่ายไร้สายได้ สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากอุปกรณ์อื่นที่ส่งสัญญาณรบกวนมาหรืออาจเกิดจาก แฮกเกอร์ที่จงใจปล่อยสัญญาณรบกวน ภัยคุกคามนี้ไม่สามารถป้องกันได้แต่สามารถแก้ไขได้โดยสืบหาแหล่งกำเนิดสัญญาณรบกวนและทำการปิดหรือลดทอนสัญญาณรบกวน
 
       6.4 ภัยคุกคามจากการติดตั้งอุปกรณ์แม่ข่าย WiFi โดยไม่ได้รับอนุญาต
ภัยคุกคามนี้เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในองค์กร คือ พนักงานนำอุปกรณ์ WiFi Access Point มาเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายแลนด์ขององค์กร เพื่อที่จะใช้งานกันภายในหน่วยย่อยๆเหล่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการและขาดการตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัย อุปกรณ์ WiFi Access Point ที่นำมาเชื่อมต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเรียกว่า Rogue Access Point อุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นช่องทางให้บุคคลอื่นภายนอกสามารถมาเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายและเข้าถึงเครือข่ายภายในขององค์กร โดยสามารถหลุดรอดการตรวจจับของระบบในองค์กรได้
 
7. ความปลอดภัยสำหรับการใฃ้งานเครือข่ายไร้สาย
 
   ก) สำหรับผู้ดูแลระบบเครือข่ายไร้สาย
การใช้งานเครือข่ายไร้สายอย่างมั่งคงปลอดภัยนั้น ผู้ดูแลระบบควรพัฒนาและบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยบนเครือข่ายไร้สาย ดำเนินการเปลี่ยนแปลงค่าติดตั้งเริ่มต้นของอุปกรณ์เครือข่าย หลังจากนั้นกำหนดให้เครือข่ายไร้สายเปรียบเสมือนเป็นเครือข่ายภายนอกองค์กรโดยผ่านระบบไฟร์วอลล์ทุกครั้งผู้ดูแลตรวจสอบ ปรับปรุง Rogue Access Point และซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์เครือข่ายให้ทันสมัย รวมถึงติดตั้งการเข้ารหัสข้อมูลแบบ WPA ระบบการพิสูจน์ตัวตนสำหรับผู้ใช้งาน และอุปกรณ์ WiFi Access Point ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่จำกัดการกระจายคลื่นเฉพาะในพื้นที่การใช้งานเท่านั้น
 
   ข) สำหรับผู้ใช้งานเครือข่ายไร้สาย
การใช้งานเครือข่ายไร้สายอย่างปลอดภัยผู้ใช้งานควรปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย เพื่ออุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้งานร่วมของไฟล์และเครื่องพิมพ์ อีกทั้งการส่งข้อมูลสำคัญผ่านเครือข่ายไร้สาย นอกจากนั้นควรติดตั้งการเข้ารหัสของข้อมูล เช่น เทคโนโลยีระบบการป้องกันความปลอดภัย (WiFi Protected Access: WPA) หรือ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายส่วนบุคคล (Virtual Private Network: VPN) เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย (Secure Socket Layer: SSL Protocol) รวมถึงการติดตั้งไฟร์วอลล์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Firewall) โปรแกรมป้องกันไวรัส (Antivirus) และโปรแกรมป้องกันไวรัสประเภทสอดแนม (Antispyware)
 
8. จดหมายเหตุ
เหตุการณ์สำคัญของมาตรฐานเครือข่ายไร้สาย WiFi แสดงดังตารางที่ 8.1
 
        ตารางที่ 8.1 แสดงเหตุการณ์สำคัญของเครือข่ายไร้สาย WiFi
 
ปี พ.ศ.
(ค.ศ)
ลำดับเหตุการณ์สำคัญสำคัญ
2540
(1997)
คณะทำงานด้านมาตรฐาน IEEE 802.11 หรือ IEEE 802.11 Working Group พัฒนามาตรฐานแรกของ WiFi ที่ชื่อว่า IEEE 802.11-1997
2542
(1999)
มาตรฐาน IEEE 802.11 ถูกพัฒนาเป็นมาตรฐาน IEEE 802.11a โดยกำหนดข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมรูปแบบการ โมดูเลชั่นแบบโอเอฟดีเอ็ม
2542
(1999)
มาตรฐาน IEEE 802.11 ถูกพัฒนาเป็นมาตรฐาน IEEE 802.11b โดยกำหนดเพิ่มเติมรูปแบบการโมดูเลชั่น หรือการผสม(กล้ำ)สัญญาณและการเข้ารหัสสัญญาณที่ชื่อว่า ซีซีเค (CCK)
2546
(2003)
มาตรฐาน IEEE 802.11 ถูกพัฒนาเป็นมาตรฐาน IEEE 802.11g โดยกำหนดข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมรูปแบบการโมดูเลชั่นหรือการผสมสัญญาณแบบ โอเอฟดีเอ็ม
2547
(2004)
มาตรฐาน IEEE 802.11 ถูกพัฒนาเป็นมาตรฐาน IEEE 802.11i โดยเกี่ยวกับเทคนิคการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในเครือข่ายไร้สาย มีการกำหนดการพิสูจน์ตัวตนการเข้ารหัสข้อมูลที่มีความแข็งแกร่งสูง
2548
(2005)
มาตรฐาน IEEE 802.11 ถูกพัฒนาเป็นมาตรฐาน IEEE 802.11e โดยกำหนดเทคนิคในการรองรับการรับส่งข้อมูลของที่เป็นมัลติมีเดียได้
2550
(2007)
กทช. ออกกฎระเบียบการกำหนดกำลังสูงสุดของการใช้งานเครือข่ายไร้สาย
2550
(2007)
ร่างมาตรฐาน IEEE 802.11n กำหนดการแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 โดยพัฒนาเทคนิคการรับส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงได้ถึง 100 เมกะบิตต่อวินาที
 
9. บรรณานุกรม
[1] A. Ganz, Z. Ganz and K. Wongthavarawat, “Multimedia Wireless Networks: Technologies, Standards and QoS”, Prentice Hall, 2003
[2] IEEE 802.11 WG, ANSI/IEEE Std 802.11, 1999
[3] ประเทศไทย, “สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ,” ย่านความถี่ออนไลน์, 8 พฤศจิกายน 2550, 21 มีนาคม 2551 <http://www.ntc.or.th>
[4] IEEE 802.11 WG, IEEE Std 802.11a, 1999
[5] IEEE 802.11 WG, IEEE Std 802.11b, 1999
[6] IEEE 802.11 WG, IEEE Std 802.11g, 2003
[7] Austria, “WIFI WIEN,” WiFi Alliance, 21 March 2008 <http://www.WiFi.org>

แหล่งที่มา : วิทยาการเครือข่ายไร้สายไวไฟ โดยคุณ กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ




แนะนำบทความไวไฟที่น่าสนใจ

วิธีตรวจสอบ Unlock EDGE Sierra 306
เชื่อมอินเตอร์เน็ทไร้สายให้กล่องแห่งความฝันด้วย 200mW AP ALFA NETWORK article
ยกสอง RTL8187L VS RT2770F ทดสอบด้วย bittorent
Realtek RTL8187L VS Rallink RT2770F
แนะนำวิธีตรวจสอบดู Gsky ปลอมหรือไม่
ตรวจสอบเขตบริการ Truewifi
การลดทอนสัญญาณไวไฟ เมื่อผ่านตัวกลางต่างๆ
ขั้นตอนการ Configure อุปกรณ์ Linksys WRT54GC/WRT54G/WRT54GL
มาตราฐาน IP Code




Copyright © 2010 All Rights Reserved.


เลขที่ 80/222 หมู่ 4 ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี 11110
โทรศัพท์ :02-101-6099 โทรสาร :02-925-7092 โทรศัพท์มือถือ : 080-987-9879(9:00-17:00น. จันทร์-ศุกร์) E-mail : sales@wifi4you.com